อาหารและวิตามินที่เหมาะสมกับเด็กวัย 6-15 ปี

เด็กวัยเรียนในช่วงอายุ  6-15 ปี เป็นวัยที่กำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาและจิตใจ จึงต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับช่วงวัย และควรได้รับสารอาหารและพลังงานจาก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามินและแร่ธาตุสำหรับเด็ก อย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีพัฒนาการด้านการเรียน รู้จดจำ เสริมสร้างภูมิต้าน และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติ ซึ่งถ้าร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารน้อยไปจะส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตไม่เหมาะสมตามวัยได้ เช่น ตัวเล็ก เตี้ยแคระแกร็น กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานต่ำ สติปัญญาเรียนรู้ช้า เป็นต้น 


อาหารสำหรับเด็ก 6- 15 ปีควรมีอะไรบ้าง ? 

1. เนื้อสัตว์ เป็นสารอาหารที่ให้โปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อและฮอร์โมน  
2. ไข่เป็ด ไข่ไก่ ควรได้รับวันละ 1 ฟองทุกวัน
3. ถั่วเมล็ดแห้ง เด็กวัยเรียนควรทานถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะถั่วเมล็ดแห้งมีโปรตีน แคลเซียมและวิตามินบี
4. นมสด เป็นอาหารที่ให้โปรตีนและแคลอรี่สูงและยังมีแคลเซียม และวิตามินเอในปริมาณที่สูง ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต
5. ผักใบเขียวและผักสีเหลือง ควรให้เด็กบริโภคในมื้ออาหารทุกมื้อ และควรสับเปลี่ยนชนิดให้หลากหลาย เพื่อให้เด็กได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน
6. ผลไม้สด เป็นแหล่งที่ดีของวิตามินและเกลือแร่ 
7. ข้าว ก๋วยเตี๋ยวหรือแป้งอื่นๆ ควรจัดให้เด็กในมื้ออาหารทุกมื้อหรือกินในรูปแบบของขนมก็ได้เช่นกัน โดยเลือกข้าวหรือแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อยเพราะมีวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่สูง
8. ไขมันหรือน้ำมันพืช เป็นแหล่งที่ดีของพลังงานและช่วยให้วิตามินที่ละลายในน้ำมันถูกดูดซึมได้ดีขึ้นควรเลือกน้ำมันพืชเพื่อใช้ในการประกอบอาหารให้แก่เด็ก เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
9. น้ำ เด็กควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว หรือให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายสูญเสียไปในแต่ละวัน 

        นอกจากสารอาหารที่ให้พลังงาน เด็กจำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุสำหรับเด็ก อย่างเพียงพอเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโต เช่น แคลเซียม และวิตามินดี วิตามินบี วิตามินเอ เป็นต้น 

        จากข้อมูลการสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 12 ปี ของ SEANUTS II ซึ่งเป็นการประชุมข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับภาวะโภชนาการ พบว่าเด็กไทยมีภาวะขาดสารอาหารรอง ไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร 6 ชนิด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินดี โดยได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอร้อยละ 94 แคลเซียม สังกะสี วิตามินซี และวิตามินเอ ร้อยละ 76, 72, 67 และ 54 ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญกับอาหารและโภชนาการวัยเรียนที่มีสารอาหารเหล่านี้เป็นประจำ

แคลเซียม 
แคลเซียมช่วยในกระบวนการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน และส่งเสริมระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานอย่างเหมาะสม
วิตามินซี 
มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และยังทำหน้าที่สำคัญช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้นอีกด้วย
วิตามินเอ 
ช่วยในเรื่องการมองเห็น การเจริญเติบโตของกระดูก การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ
วิตามินดี 
ช่วยเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน หากรับประทานร่วมกับวิตามินเอ และวิตามินซี จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้
วิตามินบี
ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งจะลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกาย และยังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญและสร้างพลังงาน มีส่วนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและมีพัฒนาการด้านต่างๆ 

การเลือกวิตามินสำหรับเด็ก
เสริมวิตามินและแร่ธาตุสำหรับเด็ก เมื่อจำเป็น ถ้าลูกมีปัญหาเรื่องการกิน กินยาก ขาดสารอาหาร หรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ควรจะเสริมวิตามินรวม แต่ควรควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม นิสัยการกินของเด็กด้วย
เลือกลักษณะของวิตามินและแร่ธาตุสำหรับเด็กให้เหมาะกับวัย แนะนำให้ทานแบบเม็ดฟู่เพราะทานง่าย รสชาติอร่อยเหมาะกับเด็กๆ ที่ไม่ชอบยารสขม และส่งเสริมให้เด็กทานน้ำ ให้เพียงพอกับปริมาณที่สูญเสียไปในแต่ละวัน
 วิตามินเด็กไม่ควรมีน้ำตาล เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กติดหวาน และป้องกันฟันผุด้วย
เลือกวิตามินและแร่ธาตุสำหรับเด็กที่มามาตรฐานความปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้

สวิสเอ็นเนอร์จี้ บาย ดร. ฟราย คิดส์ มัลติวิตามินผสมแคลเซียม
ลิขสิทธิ์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาในรูปแบบเม็ดฟู่ 
ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินแบบเม็ดทั่วไป
ทานง่าย รสชาติอร่อย กลิ่นหอมสตอว์เบอร์รี่ 
ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาล
ทุกเม็ดประกอบไปด้วย แคลเซียม, วิตามินบี, วิตามินซี, วิตามินดี, วิตามินอี 
และวิตามินอื่นๆ อีก รวม 13 ชนิด 

ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล,สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),หาหมอ. com,เดลินิวส์,สารอาหารและโภชนาการที่ครบถ้วนเหมาะสมกับเด็กวัยเรียน milo